121-pos_thickbox

ข้อมูลสำหรับคนรักกระต่าย

“กระต่าย”สัตว์เลี้ยงตัวน้อยแสนน่ารัก เป็นสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างเนื่องด้วยความน่ารักและขี้อ้อน รวมถึงความเฉลียวฉลาดและด้วยลักษณะนิสัยและพฤติกรรมเหล่านี้เองทำให้เป็นที่ถูกใจของผู้เลี้ยงและผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง อาหารกระต่ายสมาร์ทฮาร์ทจึงได้รวบรวมเนื้อหาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกระต่ายรวมถึงวิธีการเลี้ยงและการให้อาหาร ซึ่งจะทำให้ผู้เลี้ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงกระต่ายในเบื้องต้นเพิ่มมากขึ้น

หลักการพิจารณาเลือกกระต่ายมาเลี้ยง

  • ซื้อกระต่ายจากแหล่งขายที่เชื่อถือได้ และเลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจปะปนมากับแหล่งที่ซื้อ
  • อายุกระต่ายที่เหมาะสมในการเริ่มต้นเลี้ยง คือประมาณ 2เดือน เพราะเป็นช่วงเวลาที่หย่านมจากแม่แล้ว ทำให้ได้กินน้ำนมที่มาจากแม่ ทำให้ลูกกระต่ายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อลดปัญหาสุขภาพของกระต่ายได้
  • การสังเกตกระต่ายสุขภาพที่ดีคือ ร่าเริง สนใจสิ่งแวดล้อม กระต่ายจะหยุดฟังหรือใบหูมีการตอบสนองดี เมื่อเราเข้าใกล้ หรือกระต่ายได้ยินเสียงดัง
  • ดวงตาสดใส ไม่มีคราบน้ำตา ไม่มีขี้ตาเกรอะกรังไม่มีสะเก็ดหรือขนร่วง
  • จมูกแห้ง ไม่มีน้ำมูก และสังเกตการหายใจ กรณีหายใจเข้าออกเสียงดัง อ้าปากหายใจ อาจสงสัยว่าป่วยเป็นทางเดิน หายใจหรือไม่
  • สังเกตใบหูด้านในและด้านนอก ไม่มีสะเก็ดหรือขนร่วงไม่แสดงอาการคัน
  • การเดิน การเคลื่อนไหว ปกติ ไม่กะเผลก
  • อุจจาระเป็นก้อนดำ กลม ปกติ
  • การแยกเพศกระต่ายในวัยเด็กกระต่ายที่อายุยังน้อยกว่า 3-4 เดือน เราสามารถดูได้ที่รูปร่างอวัยวะเพศภายนอก โดยตัวผู้จะมีลักษณะกลม ตัวเมียมีลักษณะรี ส่วนสัตว์ที่โตเต็มวัยดูจากในเพศผู้จะมีลูกอัณฑะที่เห็นอย่างเด่นชัดที่บริเวณขาหนีบ

การเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงกระต่าย

เจ้าของ ต้องเรียนรู้นิสัย พฤติกรรมและชนิดของกระต่ายก่อนตัดสินใจที่จะซื้อมาเลี้ยง เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ตกใจ ตื่นเต้นง่าย ไม่ส่งเสียงร้องและรักสะอาด

สถานที่เลี้ยงหรือกรง ต้องมีที่ให้เคลื่อนไหวอย่างเพียงพอตามนิสัย พฤติกรรมของกระต่ายที่มักใช้ความเร็วในการวิ่งเมื่อมีอันตรายที่เข้าใกล้เน้นทำความสะอาดง่าย หากเลี้ยงในกรง ควรเลือกกรงที่ไม่ทำจากวัสดุที่สึกกร่อนได้ง่าย เช่น พลาสติก เพราะกระต่ายมีนิสัยชอบแทะ อาจได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปได้ กรงควรเคลื่อนย้ายง่ายใหญ่และกว้างพอสำหรับให้กระต่ายวิ่งเล่นได้ (6 เท่าของขนาดความยาวของกระต่ายตัวเต็มวัย)ความสูงควรเพียงพอสำหรับให้กระต่ายยืนด้วย2ขาหลังได้หรือมีบ้านกระต่าย เป็นที่สำหรับให้กระต่ายมุดอยู่ได้ เนื่องจากในธรรมชาติกระต่ายมักอยู่ในโพรงใต้ดิน ส่วนการทำความสะอาดควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพี่อลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากมูลกระต่าย และลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

น้ำ  ควรเตรียมน้ำที่สะอาด ใส่ในชามกระถางดินชามเซรามิก หรือขวดน้ำใส่จุกที่มีขายตามร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไป สำหรับกระต่ายตลอดเวลาและควรเปลี่ยนน้ำรวมถึงทำความสะอาดภาชนะใส่น้ำทุกวัน

อาหาร ให้อาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ในปริมาณที่เหมาะสม โดยใส่ในภาชนะที่ไม่กว้างจนเกินไปเพื่อไม่ให้กระต่ายมาอุจจาระหรือปัสสาวะใส่ได้ และควรทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารป็นประจำทุกวัน

ชนิดของอาหารของกระต่าย

กระต่ายเป็นสัตว์กินพืช โดยจะแบ่งลักษณะอาหารออกเป็น3 ประเภท คือ อาหารหยาบ อาหารข้นและอาหารสำเร็จรูป

  • อาหารหยาบ คือ อาหารที่มีเยื่อใยสูง มีโปรตีนต่ำ ได้แก่ หญ้าสด ผัก ผลไม้ Alfalfa Timothyกระต่ายควรกินอาหารประเภทนี้เป็นหลัก คิดเป็น 10-15% ของน้ำหนักตัว แต่มีข้อควรระวังคือถ้าอาหารฉ่ำน้ำเกินไป จะทำให้กระต่ายท้องเสียได้
  • อาหารข้น คือ อาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบต่างๆจนมีปริมาณโปรตีนสูง มักให้เพื่อเสริมอาหารหยาบ
  • อาหารสำเร็จรูป เป็นอาหารเม็ดที่มีส่วนผสมที่นำเอาอาหารข้นและอาหารหยาบมาผสมกันในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไฟเบอร์ แร่ธาตุและวิตามิน ที่เพียงพอต่อความต้องการสารอาหารของกระต่ายในแต่ละวัน ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกสำหรับการให้อาหารที่สะดวก โดยไม่ต้องคำนึงถึงอัตราส่วนของอาหารที่ให้เอง

สารอาหารที่เหมาะสมสำหรับกระต่ายแต่ละช่วงวัยที่ควรได้รับ

กระต่ายควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อใช้เป็นพลังงานในการดำรงชีวิตการเจริญเติบโตซึ่งอาหารกระต่ายที่ดี ควรมีปริมาณสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมครบถ้วน และปริมาณการให้อาหารขึ้นกับ สายพันธุ์น้ำหนักช่วงวัยกิจกรรม และสิ่งแวดล้อมที่อยู่

สารอาหารระยะของกระต่าย
เจริญเติบโตดำรงชีพตั้งท้องเลี้ยงลูก
พลังงานย่อย (แคลอรี่)2,5002,1002,5002,500
โภชนะย่อยได้ (%)65555870
เยื่อใย (%)10-1210-1210-1210-12
โปรตีน (%)16121517
ไขมัน (%)2222
แคลเซียม (%)0.40.450.75
ฟอสฟอรัส (%)0.220.370.75

Source: NRC, 1997)

การให้อาหาร

การปรับอาหารในลูกกระต่ายหลังหย่านม ผู้เลี้ยงควรจะค่อยๆปรับ โดยปรับจากน้ำนมแม่มาเป็นอาหารเม็ด เริ่มจากให้กินหญ้าอัลฟาฟ่าก่อน เพื่อให้ทางเดินอาหารกระต่ายมีการปรับตัว แล้วค่อยๆเพิ่มการให้อาหารเม็ดทีละน้อยๆ จนถึงอายุ  7 เดือน จึงให้กระต่ายได้กินอาหารเม็ดได้เต็มที่ ควรให้รวมกับหญ้าสด หญ้าแห้ง ผัก และเริ่มเปลี่ยนหญ้าจากอัลฟาฟ่าเป็นหญ้าทีโมธีแทน

การให้อาหารในลูกกระต่ายแรกเกิดจนถึงหลังหย่านม

ช่วงวัยของกระต่ายอาหารที่ต้องการ
0-6 สัปดาห์น้ำนมแม่
6 สัปดาห์ – 7 เดือนหญ้าอัลฟาฟ่า และค่อยๆเพิ่มการให้อาหารเม็ด
7 เดือนขึ้นไปหญ้าทีโมธี และอาหารเม็ดไม่จำกัดจำนวน

การให้อาหารในแม่กระต่ายและกระต่ายช่วงตั้งครรภ์

ช่วงวัยของกระต่ายอาหารที่ต้องการ
ช่วงตั้งครรภ์ – ให้นมเพิ่มปริมาณหญ้า และอาหารเม็ด ให้มีปริมาณเพียงพอตลอด24 ชั่วโมง

เรียนรู้เพิ่มเติมกับส่วนต่างๆของร่างกายกระต่าย

ฟันกระต่าย จะงอกยาวตลอดชีวิต มีรากฟันปลายเปิด  มีฟันหน้า (Incisor)ที่ใช้สำหรับแทะโดยมีทั้งหมด 3 คู่ ประกอบกอบด้วย ฟันตัดที่กรามบนด้านหน้า 2 คู่ เรียงตัวกันหน้าหลัง 2 แถว และด้านล่าง1 คู่ ฟันบนสบฟันล่างเล็กน้อย ไม่มีฟันเขี้ยว และมีฟันกรามบนและล่างอย่างละ 5 ซี่ (Premolar และ Molar)  โดยกระต่ายจะใช้ฟันทั้ง 2 ด้านเคี้ยวสลับกันไปโดยปกติกระต่ายจะลับฟันโดยการแทะสิ่งต่างๆรวมทั้งการกินอาหาร แต่ถ้าหากฟันกระต่ายไม่สึกตามธรรมชาติ สังเกตได้จากฟันที่ยาวเกินไป

หู จะไวต่อการรับเสียงมาก เพราะกระต่ายจะต้องใช้หูระแวดระวังภัยจากผู้ล่า และยังมีหน้าที่ในการช่วยระบายความร้อน  หูของกระต่ายหากอักเสบจะสะบัดหูหรือเกาอย่างรุนแรง ดังนั้นผู้เลี้ยงควรสังเกตุกระต่ายเป็นประจำ และหากพบควรพาไปพบสัตวแพทย์และเป็นการป้องกันควรนำกระต่ายไปตรวจเช็คช่องหูอย่างน้อยปีละครั้ง

ขน กระต่ายจะผลัดขนปีละ 4 ครั้ง โดยจะเกิดขึ้นครั้งละ 2-3 วัน ในกระต่ายขนยาวอาจเกิดปัญหาก้อนขนอุดตันในทางเดินอาหารได้เนื่องจากกระต่ายไม่สามารถสำรอกนำก้อนขนเหล่านั้นออกมาได้ ดังนั้นควรให้อาหารที่มีไฟเบอร์ที่เพียงพอ เช่น ผักต่างๆ หญ้าขน หญ้า Alfalfa หญ้าTimothy เป็นต้น เพื่อช่วยในกรณีนี้กระต่ายที่ตั้งท้องเตรียมคลอดลูกบางตัวจะดึงขนบริเวณหน้าอกของตนเองมาปูเป็นรังนอนให้กับลูกน้อยของมัน

เล็บ จะยาวขึ้นเรื่อยๆกระต่ายมักจะลับเล็บ โดยการขุดโพรงขุดดินเหมือนกระต่ายป่าตามธรรมชาติถ้าหากเล็บของกระต่ายยาวขึ้นจนกลายเป็นปัญหาซึ่งอาจทำให้ยืนไม่ถนัดเจ้าของก็ควรตัดเล็บทุกๆ 6-8 สัปดาห์

อุจจาระ กระต่ายจะสร้างอุจจาระ  2 ชนิด คือแบบพวงองุ่นและแบบเม็ด  กระต่ายทั่วไปมีพฤติกรรมกินอุจจาระของตัวเอง เพื่อทำให้กระบวนการย่อยเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นซึ่งจะกินอุจจาระเฉพาะแบบพวงองุ่นเพื่อให้จุลินทรีย์กลับเข้าไปทำงานต่อในระบบทางเดินอาหารรวมถึงวิตามิน, โปรตีนและสารอาหารอื่นๆ มักพบอุจจาระชนิดนี้ในช่วงเช้าของวัน ส่วนอุจจาระแบบเม็ดที่มีลักษณะเป็นเม็ดก้อนกลมสีดำหรือสีน้ำตาล มักพบในช่วงกลางวัน แต่กระต่ายจะไม่กินอุจจาระชนิดนี้ นอกจากนั้นลักษณะอุจจาระที่แข็งยังบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี และการได้รับอาหารที่เหมาะสมของกระต่ายได้อีกด้วยเมื่อกระต่ายรู้สึกหวงเขตแดน กระต่ายจะอุจจาระ หรือปัสสาวะไว้ในบริเวณนั้นๆ

วิธีการจับกระต่าย

การจับกระต่ายที่ถูกต้องจะช่วยลดการบาดเจ็บที่จะเกิดกับเจ้าของสัตว์ จุดที่ควรระวังคือฟันกระต่ายที่สามารถกัด และเล็บกระต่ายที่สามารถข่วนได้ทั้งยังช่วยลดอาการบาดเจ็บของกระต่าย เพราะกระต่ายมีน้ำหนักกระดูกน้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักร่างกายร่วมกับการที่มีกล้ามเนื้อที่ขาหลังเทียบกับกระดูกที่บอบบางส่งผลให้มีแนวโน้มการเคลื่อนหรือหักของกระดูกสันหลังบริเวณส่วนก้นกบ และขาหลังได้ง่าย

  • การจับกระต่ายต้องมั่นคงแต่นุ่มนวลโดยใช้มือจับบังคับที่หนังด้านหลังคอบริเวณหัวไหล่แล้วใช้มือที่เหลือบังคับที่ส่วนท้ายของลำตัวบริเวณขาหลังเพื่อกันกระต่ายใช้ขาดีด
  • ใช้ผ้าขนหนูห่อพันลำตัวไว้โดยห่อให้ส่วนขาทั้ง 4 ข้างอยู่ในผ้าเพื่อป้องกันการใช้เล็บข่วนหรือถีบ

โรคที่มักพบในกระต่าย

ไรในหู เป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย สามารถติดต่อสู่กระต่ายด้วยกันง่ายมาก กระต่ายที่เป็นโรคนี้จะคัน จะแสดงอาการเกาอย่างรุนแรง อาจพบว่ากระต่ายอาจเอาหูถูพื้น มีอาการสั่นโยกหัวไป และสังเกตพบคราบสะเก็ดแดงภายในหู

ท้องอืดพบว่ามีความรุนแรงถึงชีวิตได้ อาการที่พบคือ ปวดท้อง กัดฟัน น้ำลายไหล ช่องท้องขยายขนาดอันเนื่องจากการสะสมแก๊สในลำไส้ ซึม หลบมุม อุจจาระลดลง จนถึงไม่ถ่ายอุจจาระ เกร็งชักและอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคนี้มีความสัมพันธ์กับอาหาร และจุลชีพในอาหารกระต่าย เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์กินพืช ดังนั้นอาหารที่มีเยื่อใยพืชหรือไฟเบอร์ จึงมีความสำคัญต่อการหมักย่อยในกระพุ้งลำไส้ (Caecum) เพื่อให้จุลชีพช่วยหมักย่อยเยื่อใยพืช ให้ได้พลังงานออกมา ถ้าหากมีปัจจัยใดมารบกวนการทำงานของจุลชีพ ลำไส้หยุดบีบตัว หรือ การอุดตันของลำไส้ ล้วนทำให้เกิดการท้องอืดในกระต่ายได้

ฟันงอกยาวผิดรูปในกระต่ายฟันที่งอกยาว มักทำให้กระต่ายไม่ยอมกินอาหาร หรือ พบแผลในช่องปากของกระต่าย รากฟันที่ยาวทะลุsocket อาจไปกดการระบายน้ำตาได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดมีหลายประการ เช่น พันธุกรรมการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม เช่น การให้อาหารที่อ่อนหรือ ผลไม้ เป็นเวลานาน ทำให้การลับฟันกับอาหารน้อย หากกระต่ายได้รับอาหาร หญ้า ผัก ที่มีเยื่อใยพืชสูง จะทำให้เกิดการลับฟันที่หน้าตัดมากขึ้นนอกจากนี้ การเกิดอุบัติเหตุ เช่นตกจากที่สูง ทำให้ฟันเก ไม่สบกัน เป็นสาเหตุจนทำให้ฟันงอกยาวได้

ฝ่าเท้าอักเสบในกระต่ายปัญหานี้เกิดจากการจัดการเลี้ยงในพื้นที่เลี้ยงที่ไม่เหมาะสม ทำให้การกระจายการรับน้ำหนักระหว่างกระดูกส้นเท้ากับนิ้วเท้าที่ผิดปกติไป อาการที่พบคือผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าหรือข้อเท้าแดงกว่าปกติ เดินลำบากขนร่วง การรักษานั้นทำได้ยากและไม่หายขาด ดังนั้นควรเน้นการป้องกันด้วยการจัดการที่เหมาะสม เช่น ไม่ควรเลี้ยงในกรง ที่มีพื้นเป็นซี่กรงเป็นเวลานานทำความสะอาดสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้มีความอับชื้นมากเกินไป เป็นต้น

พฤติกรรมน่ารู้ของกระต่าย (เกร็ดความรู้, รู้หรือไม่?)

  • เมื่อมีคนนำอาหารหรือสิ่งของไปยื่นที่บริเวณด้านหน้าใกล้ๆกระต่ายจะมองไม่เห็น เนื่องจากกระต่ายมีส่วน blind spot (ส่วนที่มองไม่เห็น) อยู่บริเวณด้านหน้าของมัน
  • เมื่อกระต่ายรู้สึกสบายตัว ไม่ระแวง ก็จะนอนตะแคงข้าง
  • เมื่อกระต่ายมีความสุข กระต่ายจะกระโดดเอาส้นเท้ายกสูงขึ้น
  • เมื่อกระต่ายเจ็บฟัน (เป็นอาการที่เกิดประจำในสัตว์ตระกูลนี้) กระต่ายจะครางเบาๆ และจะขบฟันที่ปวด กระต่ายมักเบื่ออาหาร ไม่ยอมกินอาหาร
  • เมื่อกระต่ายรู้สึกรำคาญ หรือเป็นกังวล กระต่ายมักจะกัดเบาๆที่มือคน

เครดิต : www.perfectcompanion.com