puppy-dog

วิธีการดูแลลูกสุนัข

วิธีการดูแลลูกสุนัข

เตรียมความพร้อมกับสมาชิกใหม่

เพราะลูกสุนัขเป็นวัยที่ต้องการการเอาใจใส่ และดูแลอย่างเป็นพิเศษ การเตรียมความพร้อมของผู้ที่รับลูกสุนัขมาเลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เราควรทำความเข้าใจในลักษณะนิสัย ความต้องการ และการตรวจเช็คสุขภาพ ตลอดจนการเลือกสรรอาหารที่มีคุณประโยชน์ และเหมาะสมกับการเจริญเติบโตในวัยเด็กของเค้า เพราะเป็นจุดแรกเริ่มที่ทำให้เจ้าตัวน้อยพร้อมที่จะเติบโตอย่างแข็งแรง ร่าเริง และมีความสุขไปพร้อมๆกับเรา

 

Step 1 :  การตรวจสุขภาพลูกสุนัข

ลูกสุนัขเมื่อแรกเกิดมักจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านทางนมน้ำเหลืองซึ่งจะค่อยๆลดลงเมื่อลูกสุนัขเข้าสู่ช่วงอายุ 8 -12 สัปดาห์ และจะลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆได้ การได้รับวัคซีนในระยะเวลาที่เหมาะสมก็เป็นการเสริมเกราะป้องกันเค้าจากโรคร้ายแรงต่างๆ ดังนั้นเมื่อแรกรับลูกสุนัข เราควรพาเค้าไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และปรึกษาในเรื่องของการฉีดวัคซีนก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะเติบโตอย่างมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยปกติเราสามารถพาลูกสุนัขไปฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ หรือตั้งแต่ 6 สัปดาห์ หากเค้ามีภูมิคุ้มกันต่ำและอ่อนแอ

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญสำหรับลูกสุนัข มีดังนี้

  • โรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ
  • โรคไข้หัดสุนัข
  • โรคลำไส้อักเสบติดต่อ
  • โรคตับอักเสบ
  • โรคฉี่หนู
  • โรคพิษสุนัขบ้า

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การป้องกันเห็บหมัด และการถ่ายพยาธิยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกสุนัข เพื่อเป็นการป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจอีกด้วย

Step 2 : การดูแลขั้นพื้นฐาน และ อุปกรณ์ที่จำเป็น

ที่อยู่อาศัย

ลูกสุนัขต้องการความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความอบอุ่น ไม่ควรให้เค้าอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นหรือมีลมโกรกมากจนเกินไป ไม่ควรปรับเปลี่ยนสถานที่บ่อยครั้ง เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกสุนัขได้ สถานที่ทานอาหาร ก็ควรจัดให้อยู่ห่างจากสถานที่ขับถ่าย เพื่อความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีของลูกสุนัข

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • ปลอกคอ และ สายจูง
  • ป้ายชื่อคล้องคอ
  • กรง
  • เบาะรองนอน / ผ้าห่ม
  • กระเป๋าสำหรับเคลื่อนย้าย
  • กระดาษรองขับถ่าย
  • ชามอาหาร
  • ชามน้ำ / จุกและขวดสำหรับดูดน้ำ
  • คู่มือการดูแลลูกสุนัข

การทำความสะอาด และ เสริมสวย

การทำความสะอาดและการเสริมสวย นอกจากจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีในสายตาคนอื่นแล้ว ยังเป็นการสร้างความสุขและสุขอนามัยที่ดีของเค้าด้วย สำหรับวันแรกที่รับลูกสุนัขเข้าบ้าน การทำความสะอาดด้วยการเช็ดตัวถือว่าเพียงพอแล้ว จากนั้นจึงค่อยเริ่มอาบน้ำให้เค้าในคราวถัดไป

การอาบน้ำ

ในการอาบน้ำครั้งแรก ข้อที่ควรระวัง คือ การแพ้แชมพูอาบน้ำ ซึ่งจะสังเกตได้จาก อาการคัน ผื่นแดง หรือขนร่วง ดังนั้นเราจึงควรเริ่มใช้แชมพูในปริมาณน้อย และนำมาผสมกับน้ำเพื่อทำการเจือจางก่อนทุกครั้ง และเมื่ออาบน้ำเสร็จ อย่าลืมเป่าขนเค้าให้แห้งทุกส่วน เพื่อไม่ให้ผิวหนังชื้นจนเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังได้

การแปรงขน

สำหรับลูกสุนัขขนยาว เราควรแปรงขนวันละหลายๆครั้งเพื่อกระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนังมาชโลมขน ซึ่งจะช่วยให้ขนมีสุขภาพดี ส่วนลูกสุนัขขนสั้น การแปรงขนวันละครั้ง จะช่วยขจัดฝุ่นและความสกปรกที่ติดตัว ทำให้เค้าสบายตัว นอกจากนี้การแปรงขนยังเป็นการเพิ่มสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับเจ้าตัวน้อยอีกด้วย

การทำความสะอาดฟัน

เมื่อเค้ายังเป็นลูกสุนัข เราควรฝึกการแปรงฟัน หรือเช็ดฟันให้เป็นเรื่องสนุกสำหรับเค้า โดยสามารถเริ่มจากการสอดนิ้วมือของเราในผ้าชุบน้ำหมาดๆ และเล่นกับเค้าภายในช่องปากตามฟันซี่ต่างๆ จากนั้นค่อยลองเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันในภายหลัง

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  • แชมพูอาบน้ำ
  • ผ้าเช็ดตัว
  • ไดร์เป่าผม
  • แปรงหวีขน
  • ยาสีฟัน และแปรงสีฟัน
  • อื่น เช่น กรรไกรเล็มขน กรรไกรตัดเล็บ ไม้พันสำลีเช็ดหู และน้ำยาเช็ดหู

 

การดูแลสุขภาพ

เพราะว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การเตรียมความพร้อมเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบางครั้งการเจ็บป่วยตั้งแต่เยาว์วัย อาจจะทำให้เป็นปัญหาทางสุขภาพที่เรื้อรังในอนาคตได้ สิ่งที่เราควรมีไว้ติดบ้านมีดังนี้

  • เบอร์โทรติดต่อสัตวแพทย์
  • อุปกรณ์และยาสามัญฉุกเฉิน เช่น ผ้าทำแผล ยาใส่แผล ผงถ่านคาร์บอนสำหรับดูดซับสารพิษ เป็นต้น
  • ยาสำหรับกำจัดเห็บ หมัด
  • ยาสำหรับป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ
  • ยาถ่ายพยาธิ

 

Step3 : พัฒนาการของลูกสุนัข

ลูกสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่เหมือนกันตั้งแต่แรกเกิด จนถึงช่วงที่โตเต็มวัย การเรียนรู้พัฒนาการของเค้า ตามแต่ละช่วงอายุ จะทำให้เราเข้าใจความต้องของเค้า และสามารถเลี้ยงดูเค้าได้อย่างเหมาะสม  พฤติกรรมบางอย่างจำเป็นต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและปรับตัว เรามาดูกันว่าเจ้าตัวน้อยของเรามีพัฒนาการในแต่ละช่วงอย่างไรบ้าง

 

ช่วงแรกเกิด (0 – 2 สัปดาห์)

ในช่วงแรกเกิดนี้ การมองเห็นและการได้ยินของลูกสุนัขจะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ แต่เค้าจะไว ต่อการรับรู้พื้นฐานอื่นๆ เช่น การรับรส การดมกลิ่น การเคลื่อนไหว ความเจ็บปวด และความกดดันในช่วงนี้ลูกสุนัขจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน แม่สุนัขจะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ด้วยการเลียที่บริเวณทวาร และ อวัยวะเพศของลูกสุนัข

ช่วงกำลังเติบโต ( 2 – 3 สัปดาห์)

พัฒนาการการมองเห็นของลูกสุนัข จะค่อยๆเป็นไปอย่างสมบูรณ์ในช่วงนี้ การได้ยินของเค้า จะเริ่มตอบสนองต่อเสียงที่อาจจะทำให้ตื่นตกใจกลัว นอกจากนี้ลูกสุนัขจะสามารถเรียนรู้ พฤติกรรมการขับถ่ายของแม่ และเริ่มขับถ่ายได้เองโดยไม่ต้องถูกกระตุ้น ฟันน้ำนมของเค้าก็จะเริ่มขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน

ช่วงการเข้าสังคม  ( 3-12 สัปดาห์ )

พัฒนาการช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสำคัญต่อลูกสุนัขมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนด้านพฤติกรรมที่สำคัญ  ลูกสุนัขจะมีการเรียนรู้ทั้งกับสุนัขด้วยกันเอง กับคน และสิ่งต่างๆ ที่รายล้อมอยู่รอบตัว  รวมทั้งเรียนรู้พฤติกรรมการรวมกลุ่ม การเล่น  การต่อสู้ การจัดลำดับ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยส่วนมากลูกสุนัขจะถูกแยกออกมาเลี้ยงในช่วงเวลานี้ เนื่องจากอยู่ในวัยที่สามารถเรียนรู้และปรับตัว และเป็นวัยหย่านม เนื่องจากฟันที่เริ่มขึ้นและปริมาณน้ำนมที่ลดลงของแม่สุนัข ลูกสุนัขจะเริ่มทานอาหารที่เป็นเนื้อแข็งได้ เห่า กระดิกหาง และวิ่งเล่นกับลูกสุนัขตัวอื่นๆได้ เค้าจะเริ่มเคลื่อนย้ายของด้วยปาก และเล่นกับสิ่งของหรือเจ้าของด้วยการกัดเบาๆ ความรวดเร็วของพัฒนาการทางสมองของลูกสุนัขจะเติบโตได้จาก สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายของของเล่นของเค้า เช่น ของเล่นที่มีเสียง ของเล่นที่ผิวสัมผัสที่หลากหลายนอกจากนี้ ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีในการฝึกนิสัยการขับถ่ายให้กับเค้าอีกด้วย

ช่วงวัยรุ่น( 3-6 เดือน)

ช่วงนี้ร่างกายของเจ้าตัวน้อยมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เค้าจะเริ่มแปลงร่างเป็นนักสำรวจ จะเริ่มสำรวจสถานที่ใกล้เคียง หรือสถานที่ที่คุ้นเคย เค้าจะมีพฤติกรรมชอบเคี้ยว ชอบเล่น ซุกซน ติดเจ้าของ และเริ่มเรียนรู้ลำดับความสำคัญของสมาชิกในครอบครัว และยังทานมากขึ้นอีกด้วย วัยนี้เค้าจะชอบเอาอกเอาใจเจ้าของ ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะฝึกนิสัยให้เค้ามีมารยาทและพฤติกรรมที่ดี แต่อย่างไรก็ดี ไม่ควรมีการลงโทษที่รุนแรง และการทำร้ายร่างกายเพราะเหตุการณ์เหล่านี้ จะทำให้ลูกสุนัข ตกใจ หวาดระแวงและกลัว ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่ไม่ดี โดยเฉพาะการควบคุมทางอารมณ์ได้
ช่วงวัยเจริญพันธุ์ ( 6-12เดือน)

เป็นช่วงที่เค้ามีการเจริญเติบโตทางเพศอย่างเต็มที่ ลูกสุนัขเพศเมียเข้าสู่วัยที่พร้อมจะผสมพันธุ์ ส่วนลูกสุนัขเพศผู้จะมีระดับฮอร์โมนที่ค่อนข้างแปรปรวน เริ่มสร้างและหวงแหนเขตแดน เวลานี้จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมหากเราต้องการจะทำหมันลูกสุนัข

Step4 : โภชนาการ และการให้อาหารลูกสุนัข

หลังจากที่ลูกสุนัขหย่านม เราควรเริ่มให้อาหารเค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการท้องเสียจากอาหารไม่ย่อย การปรับตัวเข้ากับอาหารใหม่จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เราควรฝึกให้เค้าได้เรียนรู้ปริมาณอาหารที่จะได้รับต่อวัน เวลาที่ทาน และช่วงความห่างของอาหารแต่ละมื้อ

การเลือกชนิดของอาหาร

ชนิดอาหารของลูกสุนัข มีทั้งแบบชนิดเม็ด ชนิดเปียกแบบกระป๋อง และชนิดเปียกแบบซอง ข้อดีของการให้อาหารชนิดเม็ดกับลูกสุนัข นอกจากที่จะช่วยให้เค้าได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว ยังช่วยสร้างความเพลิดเพลินในการขบเคี้ยวอีกด้วย
การให้อาหารและการเปลี่ยนอาหาร

ปริมาณอาหารที่ให้กับลูกสุนัขขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานในแต่ละวันของเค้า โดยพิจารณาได้จากน้ำหนักตัว และกิจกรรมที่ทำต่อวัน ลูกสุนัขที่ผอมเกินไป อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้น ในทางกลับกัน หากลูกสุนัขอ้วนจนเกินไป อาจจำเป็นต้องปรับ ปริมาณอาหารให้ลดลง นอกจากนี้น้ำสะอาด ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรเตรียมไว้ตลอดเวลา ควรเปลี่ยนน้ำให้บ่อยครั้ง และควรตั้งในสถานที่ที่ลูกสุนัขสามารถเข้าถึงได้ง่าย การให้เค้าดื่มน้ำหลังจากที่ทำกิจกรรมร่วมกันกับเรา นอกจากจะช่วยให้เค้าหายเหนื่อยแล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นภายในร่างกายอีกด้วย

อาหารที่ควรระมัดระวัง

ลูกสุนัขมักมีความอยากรู้อยากเห็น อยากลองทานอะไรหลายๆอย่าง จนบางครั้งเราอาจจะตามใจเค้าจนลืมไปว่าอาหารเหล่านั้นอาจเป็นอันตรายกับเค้าก็เป็นได้

อาหารที่ไม่ควรให้ลูกสุนัขทาน ได้แก่

  • ช็อคโกแลต หรืออาหารที่มีส่วนผสมของถั่ว Cacao ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตโกโก้ เพราะจะทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักมากขึ้น และเกิดอาการชัก
  • หัวหอมและกระเทียม มีผลในการทำลายเม็ดเลือดแดง
  • ปลาดิบ ส่งผลต่อวิตามินบีในร่างกาย และลูกสุนัขอาจมีโอกาสติดพยาธิจากปลาอีกด้วย
  • ก้างปลาและกระดูก โดยเฉพาะกระดูกของสัตว์ปีก ซึ่งอาจจะแตกและทิ่มแทงอวัยวะภายในได้
  • อาหารที่มีรสหวานและเค็ม
  • องุ่น และลูกพรุน ซึ่งมีผลกระทบต่อไตของลูกสุนัขโดยตรง
  • ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์

Credit : www.perfectcompanion.com